หนุ่มแค้นอดีตพ่อตา เสพยาขับรถคีบอ้อย บุกพังบ้านยับ อ้างถูกกีดกันความรัก

 

หนุ่มแค้นอดีตพ่อตา เสพยาขับรถคีบอ้อย บุกพังบ้านยับ 4 ชีวิต หนีตายอลหม่าน อ้างถูกกีดกันความรัก ไม่ให้เจอลูก ลั่นไม่รู้สึกผิดที่ทำ

วันที่ 20 ก.พ. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.หยกเพชร วรรณพฤกษ์ รอง สว.สอบสวน สภ.นายูง จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุหนุ่มบรถคีบอ้อยไปพังบ้านอดีตพ่อตาจนได้รับความเสียหาย บริเวณตรงข้าม รพ.สต.นายูง จึงรุดตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวน ตำรวจสายตรวจ และผู้ใหญ่บ้าน

ที่เกิดเหตุพบนายธีระพงษ์ หรือจ่อย อายุ 32 ปี ผู้ก่อเหตุ นั่งร้องไห้โวยวายอยู่บนรถคีบอ้อย หลังจากคลุ้มคลั่งขับรถคีบอ้อยพุ่งเข้าชนบ้าน รถยนต์กระบะ และรถจักรยานยนต์ ก่อนใช้รถคีบอ้อยกระหน่ำทุบตัวบ้าน จนทำให้หน้าบ้านพังเสียหายทั้งแถบโดยนายหนูเวียง อายุ 58 ปี พร้อมนางอุดม อายุ 51 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นอดีตพ่อตาและอดีตแม่ยายของนายจ่อย รวมถึงนายทศพร อายุ 26 ปี ลูกชายเจ้าของบ้าน ต้องหอบลูกสาววัย 7 เดือน พากันวิ่งหนีตายออกไปทางหลังบ้านสุดชีวิต

กระทั่งรถคีบอ้อยเกิดสายไฮดรอลิกขาด รถพังเสียหายขับต่อไม่ได้ นายจ่อยจึงนั่งร้องไห้โวยวาย ตัดพ้อต่อว่าครอบครัวอดีตพ่อตา หลังจากนั้นเจ้าของบ้านและชาวบ้านได้ออกมาล้อมรถเอาไว้ ไม่ให้นายจ่อยหลบหนี กระทั่งตำรวจมาควบคุมตัวไปโรงพัก

ต่อมาเวลา 14.00 น. วันที่ 20 ก.พ. พ.ต.อ.ประลอง พรหมศร ผกก.สภ.นายูง ได้นำตัวนายจ่อยมาสอบปากคำ และเชิญครอบครัวผู้เสียหายมาให้ข้อมูลต่อพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม

นายจ่อย กล่าวว่า ไม่รู้สึกผิดต่อสิ่งที่ทำลงไป และไม่สำนึกผิด ไม่คิดจะขอโทษครอบครัวอดีตพ่อตา แต่ยอมรับว่าก่อเหตุจริง เนื่องจากแค้นที่ครอบครัวอดีตพ่อตากีดกันความรักระหว่างตนกับ น.ส.ก้อย อายุ 32 ปี อดีตภรรยา

นายจ่อย กล่าวต่อว่า ตนโกรธแค้นที่ไม่ให้โอกาสได้เก็บข้าวของที่บ้านหลังเก่าที่เคยอยู่ น้อยใจที่เขาไม่ให้เจอหน้าลูกชายวัย 7 ขวบ ยอมรับว่าเสพยาบ้า แต่ไม่เคยทำร้ายใคร ตนลงแรงช่วยทำงานก่อร่างสร้างตัว จนเขามีทุกวันนี้ แต่เขาไม่ได้สงสารหรือฟังเหตุผลตนเลย

นายจ่อย ผู้ก่อเหตุ

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านที่เกิดเหตุ พบว่าเจ้าของบ้านและเพื่อนบ้านได้ช่วยกันเก็บของและทำความสะอาดไปแล้วบางส่วน โดยมีญาติและเพื่อนบ้านทยอยเดินทางมาพูดคุยให้กำลังใจเจ้าของบ้านอย่างต่อเนื่อง และวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของนายจ่อยที่ก่อเหตุอย่างอุกอาจ โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตนายหนูเวียง อดีตพ่อตา กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนและครอบครัวนั่งล้อมวงกินข้าวเย็นกันอยู่ หลังจากนั้นก็นั่งเล่นพักผ่อนอยู่หลังบ้าน ไม่นานก็ได้ยินเสียงดังโครมอยู่หน้าบ้าน พอวิ่งออกมาดูก็เห็นนายจ่อยขับรถคีบอ้อยมาชนบ้าน และใช้ตัวคีบอ้อยทุบตัวบ้าน พวกตนร้องห้าม แต่นายจ่อยก็ไม่ฟัง ยังพังบ้านอย่างบ้านคลั่ง

นายหนูเวียง กล่าวต่อว่า พวกตนต้องวิ่งหนีตายออกไปทางหลังบ้าน จึงรอดมาได้โดยไม่บาดเจ็บ โชคดีที่ตนยังไม่ขึ้นไปนอนบนบ้าน เพราะปกติจะขึ้นไปนอนแล้ว นายจ่อยต้องการทำตนให้ถึงตายแน่นอน หากขึ้นไปนอนยังไงตนก็ไม่รอด

นายหนูเวียง กล่าวอีกว่า เขามุ่งมาพังห้องนอนตนก่อนเลย เขารู้ว่าใครนอนห้องไหนทั้งหมด ยืนยันจะเอาเรื่องจนถึงที่สุด ชดใช้กรรมที่ก่อเอาไว้ จะได้ไม่ออกมาก่อเหตุซ้ำ เพราะครอบครัวตนยังหวาดผวาอยู่นายหนูเวียง กล่าวอีกว่า นายจ่อยแต่งงานกับลูกสาวตน นาน 13 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คน ตอนแรกเขาเป็นคนดีมาก ตนรักเหมือนลูก ระยะหลังเขาทะเลาะกันหนักขึ้น ตนจึงไปปลูกบ้านให้อยู่ด้วยกันในที่ของตนประมาณ 4 ไร่ ไม่ห่างจากบ้านหลังนี้ ให้เขาอยู่ด้วยกันปรับความเข้าใจกัน

นายหนูเวียง กล่าวต่อว่า ต่อมานายจ่อยเริ่มติดเสพยาบ้า และมักจะทำร้ายร่างกายลูกสาวตน เมื่อ 2 ปีที่แล้วลูกสาวจึงหอบลูกกลับมาอยู่บ้าน นายจ่อยก็ตามมาราวี ลูกสาวทนไม่ไหวยืนยันขอเลิก จึงหอบลูกหนีไปทำงานอยู่ กทม. เมื่อต้นปีที่แล้ว กระทั่งนายจ่อยออกจากบ้านไปและมีแฟนใหม่

นายหนูเวียง กล่าวอีกว่า หลังเลิกรากับลูกสาว ตนยังให้รถคีบอ้อยคันที่นายจ่อยเอามาก่อเหตุไว้ใช้ทำงานหารับจ้างคีบอ้อยคีบไม้ แต่เขากลับมาก่อเหตุแบบนี้ บ้านพังเกือบทั้งหลัง รถกระบะ 1 คัน รถไถ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 4 คัน พังเสียหายเกือบทั้งหมด นายจ่อยขู่อาฆาตมาตลอด ขู่จะฆ่าพวกตนยกครัว พวกตนก็ระวังตัวตลอด จนมาเกิดเหตุนี้ขึ้นด้านนายทศพร ลูกชายเจ้าของบ้าน อดีตน้องเมียนายจ่อย กล่าวว่า หลังได้ยินเสียงดังโครมใหญ่หน้าบ้านก็รีบออกมาดูทันที เมื่อนายจ่อยเห็นหน้าตนก็พยายามขับรถจะพุ่งมาชนตน ตนได้ถ่ายคลิปเก็บไว้บางส่วน และวิ่งหลบหนีไปด้วย

นายทศพร กล่าวต่อว่า นายจ่อยขู่ทำร้ายพวกตนมาตลอด 1 ปี ทำแบบนี้เขาหมายเอาชีวิตคนในครอบครัวแน่นอน เมื่อรถคีบอ้อยพัง เขาก็หนีไปไหนไม่ได้ มีคนมาช่วยล้อมเอาไว้ เขาก็เริ่มร้องไห้โวยวาย พอตำรวจมาก็ยังดึงดันจะไม่ลงจากรถ จนต้องลากกันลงมา และพาตัวไปโรงพัก

นายทศพร กล่าวอีกว่า โชคดีมากที่พวกตนรอดมาได้ ลูกสาวตนก็ยังเล็ก ตอนเกิดเหตุยังนอนอยู่ในเปลอยู่เลย นายจ่อยสร้างปัญหามาตลอด เสพยาอาละวาดทำร้ายพี่สาวตน มักจะเอาลูกมาอ้างให้กลับไปคืนดี และเคยชกต่อยกับตนมาแล้ว แม้พวกตนจะระวังตัวมาตลอด แต่นายจ่อยก็มาก่อเหตุขึ้นจนได้

ขณะที่ น.ส.อภิญญา อายุ 34 ปี แฟนคนใหม่นายจ่อย กล่าวว่า นายจ่อยเข้ามาจีบตนก่อนและตกลงคบกัน และย้ายมาอยู่ด้วยกันที่กระท่อมสวนยางของตน เขารับจ้างคีบอ้อย คีบไม้ ตั้งใจทำงาน เย็นก็กลับบ้าน ตนรู้ว่านายจ่อยเสพยา แต่ไม่เคยเห็นเสพยาต่อหน้า รู้ว่าเขาเคยมีครอบครัวมาก่อน แต่ไม่เคยเล่าเรื่องครอบครัวเก่าให้ฟัง แค่บ่นถึงลูกเท่านั้น ตนไม่รู้เรื่องที่เขาไปก่อเหตุ พอมารู้ก็ตกใจมาก วันนี้ตั้งใจจะมาประกันตัว แต่ถ้าเขาไม่ให้ประกันก็ไม่เป็นไร

เบื้องต้น พ.ต.อ.ประลอง พรหมศร ผกก.สภ.นายูง ได้แจ้งข้อกล่าวหา ทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ส่วนข้อหาพยายามฆ่า จะต้องทำการสอบปากคำ หาหลักฐานมาประกอบสำนวนอีกครั้ง และอยู่ที่ความประสงค์ของผู้เสียหายด้วย จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Post a Comment

Previous Post Next Post